ศุภจี สั่งปั๊มยอดส่งออกผลไม้ เตรียมลุยโปรโมตเมืองหลัก-รองจีน ขายผ่านออนไลน์
ศุภจี สั่งปั๊มยอดส่งออกผลไม้ เตรียมลุยโปรโมตเมืองหลัก-รองจีน ขายผ่านออนไลน์
ศุภจี สั่งลุยมาตรการรับมือฤดูกาลผลไม้เต็มสูบ ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ รับมือทุเรียนที่จะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค.69 เป็นต้นไป รวมถึงผลไม้ชนิดอื่นๆ เผยเตรียมใช้งาน Thaifex-Anuga Asia 2026 โชว์ศักยภาพผลไม้ไทย จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในจีน ทั้งเมืองหลัก เมืองรอง เจาะตลาดใหม่เกาหลีใต้ อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้ง Thaitrade.com และ TOPTHAI ขายผลไม้ ตั้งเป้าปีนี้ส่งออก 1.79 แสนล้านบาท
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออก โดยเฉพาะทุเรียนที่จะออกสู่ตลาดตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค.2569 เป็นต้นไป ต่อเนื่องจนถึงเดือน มิ.ย.2569 รวมถึงผลไม้ชนิดอื่นๆ โดยให้เพิ่มความเข้มข้นในการทำตลาดต่างประเทศ ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อช่วยระบายผลผลิตผลไม้ ลดความเสี่ยงช่วงผลผลิตกระจุกตัว และช่วยพยุงเสถียรภาพราคา ดีกว่ารอให้เกิดภาวะล้นตลาดแล้วมาตามแก้ไขในภายหลัง
สำหรับ มาตรการล่วงหน้าที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่ การจัดเจรจาจับคู่ธุรกิจ สินค้าผลไม้สด แปรรูป และผลิตภัณฑ์เกษตร วันที่ 5 มี.ค.2569 เป็นการจัดให้มีการซื้อขายล่วงหน้าก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด โดยมีการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาซื้อขายระหว่างผู้ส่งออกไทย 101 บริษัท ผู้นำเข้า 90 บริษัท จาก 18 ประเทศ เกิดมูลค่าการเจรจาการค้ารวม 3,120.51 ล้านบาท การจัดคณะผู้บริหารระดับสูงเยือนกรุงฮานอย จังหวัดหล่างเซิน เวียดนาม และเมืองฉงจั่ว เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างสีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 23–25 เม.ย.2569 เพื่อเตรียมการอำนวยความสะดวก และแก้ไขปัญหา อุปสรรคล่วงหน้า สำหรับฤดูกาลผลไม้ประจำปี 2569 ให้การขนส่งและกระจายสินค้าผ่านด่านชายแดนเวียดนามตอนเหนือไปยังจีนตอนใต้ได้อย่างคล่องตัวรวดเร็ว
ส่วนมาตรการที่จะดำเนินการในระยะถัดไป กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากการจัดงานแสดงสินค้า Thaifex-Anuga Asia 2026 เป็นงานแสดงสินค้าด้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันที่ 26-30 พ.ค.2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยผลไม้สดและแปรรูป เป็นหนึ่งในสินค้าไฮไลต์ที่จะนำไปจัดแสดงในงาน
จากนั้น จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ใน 7 เมืองหลักของจีนในโครงการ Thai Tropical Fruits Golden Months ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เซี่ยเหมิน หนานหนิง เฉิงตู ชิงเต่า กวางโจว และ คุนหมิง และจะเพิ่มการจัดงานใน 3 เมืองภาคตะวันตกของจีน ซึ่งเป็นตลาดใหม่ ได้แก่ นครหยินชวน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย เมืองยวี่ซี มณฑลยูนนาน เมืองอูรุมชี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ และเมืองรองอื่น ๆ จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ เมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี เมืองไป่เช่อ และเมืองหลิ่วโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เมืองฉางซา มณฑลหูหนาน เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน เมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง
ขณะเดียวกัน จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ในตลาดใหม่ที่มีโอกาส โดยร่วมกับห้างสรรพสินค้าในประเทศเกาหลีใต้ อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจัดการขายสินค้าผลไม้สดและแปรรูปออนไลน์ร่วมกับแพลตฟอร์มพันธมิตรทั่วโลกภายใต้ชื่อ Thaitrade.com และ TOPTHAI ได้แก่ Amazon (สหรัฐฯ) Tmall (จีน) PUPU (จีน) Rakuten (ญี่ปุ่น) Letstango (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) HKTVmall (ฮ่องกง) และ Bigbasket (อินเดีย)
“จากมาตรการและกิจกรรมดังกล่าวข้างต้น กระทรวงพาณิชย์มีเป้าหมายที่จะผลักดันการส่งออกผลไม้ของไทยในปี 2569 มูลค่า 179,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปี 2568 ที่ส่งออกได้มูลค่า 171,206 ล้านบาท โดยตลาดหลักของผลไม้ไทย ยังคงเป็นจีน ซึ่งเป็นตลาดที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญ และจะมีมาตรการในการสร้างการรับรู้ เพื่อกระตุ้นการบริโภคผลไม้ไทย และขยายตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่อง”นางศุภจีกล่าว














