THBA ชี้ตลาดรับสร้างบ้านสู่ยุคเรดโอเชียน
THBA ชี้ตลาดรับสร้างบ้านสู่ยุคเรดโอเชียน
ล่าสุดสำรวจพบผู้ประกอบการแตะ500รายแข่งเดือดอยู่ในตลาด

สมาคมไทยรับสร้างบ้านกางสถิติผู้ประกอบการทั่วประเทศพุ่งทะลุ493รายกรุงเทพฯ-ปริมณฑลครองแชมป์แข่งเดือดสุดด้านนายกสมาคมฯประเมินตลาดรับสร้างบ้านเข้าสู่ยุคเรดโอเชียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จับตาสงครามราคาเริ่มเปิดฉากรุนแรงนับจากนี้
สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (Thai Home Building Association: THBA)เปิดเผยผลการสำรวจและรวบรวมข้อมูลจำนวนผู้ประกอบการรับสร้างบ้านทั้งรายเล็กและรายใหญ่ที่แข่งขันอยู่ในตลาดแยกตามพื้นที่รายภูมิภาคทั่วประเทศไทยในปัจจุบันพบว่ามีจำนวนผู้ประกอบการรวมทั้งสิ้นสูงถึง493รายหรือเกือบ500รายซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของจำนวนคู่แข่งในตลาดทว่าในอีกด้านหนึ่งกลับเป็นสัญญาณเตือนภัยถึงภาวะการแข่งขันที่รุนแรงจนเข้าขั้นวิกฤต

จากการสำรวจเชิงลึกพบว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นทำเลทองที่มีการแข่งขันกระจุกตัวอยู่หนาแน่นที่สุดโดยมีผู้ประกอบการรวมกันสูงถึง200ราย(เฉพาะในเขตกรุงเทพฯมีจำนวน87รายและจังหวัดปริมณฑล113ราย) ในขณะที่ภาคตะวันออกถือเป็นพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการแข่งขันอยู่น้อยที่สุดในประเทศโดยมีจำนวนเพียง37รายเท่านั้น
เปิดลายแทงสมรภูมิรับสร้างบ้าน: เจาะลึก6ภูมิภาคข้อมูลที่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการต้องรู้
เพื่อประโยชน์ในการศึกษาข้อมูลและเข้าใจพฤติกรรมการแข่งขันในแต่ละพื้นที่สมาคมฯได้ทำการจัดลำดับความหนาแน่นของผู้ประกอบการพร้อมสรุปข้อมูลอินไซด์ (Insight) ที่น่าสนใจในแต่ละภูมิภาคไว้ดังต่อไปนี้:

|
ลำดับ |
ภูมิภาค / พื้นที่ครอบคลุม |
จำนวนผู้ประกอบการ |
ข้อมูลเชิงลึกและพฤติกรรมตลาดที่สำคัญ |
|
1 |
กรุงเทพฯและปริมณฑล(กรุงเทพฯ, นนทบุรี, สมุทรปราการ, ปทุมธานี, นครปฐม, สมุทรสาคร) |
200ราย (กทม. 87 / ปริมณฑล113) |
• เป็นพื้นที่ที่เดือดที่สุดมีผู้ประกอบการระดับชั้นนำแข่งขันอยู่มากที่สุดถึง20 ราย |
|
2 |
ภาคกลาง (อยุธยา, อ่างทอง, สิงห์บุรี, ชัยนาท, สุพรรณบุรี, สระบุรี, ลพบุรี, นครนายก) |
80 ราย |
• แบรนด์ใหญ่จากกทม. ขยายสาขามาชิงแชร์มากที่สุด (เช่นพีดีเฮ้าส์, แลนดี้โฮม,รอแยลเฮ้าส์, ซีคอน) • ผู้ประกอบการในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นมือใหม่/มือสมัครเล่นจำนวนสูงถึง60% |
|
3 |
ภาคเหนือ (เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, ตาก, พะเยา, แพร่, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์) |
67 ราย |
• จังหวัดพิษณุโลกเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันหนาแน่นที่สุดในภาคเหนือโดยมีผู้ประกอบการจำนวนถึง24 ราย |
|
4 |
ภาคอีสาน (โคราช, ขอนแก่น, อุดรธานี, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลฯ, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, กาฬสินธุ์, เลย, หนองคาย, สกลนคร, มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ) |
60 ราย |
• จังหวัดอุดรธานีเชื่อมโยงกับกำลังซื้อของชาวต่างชาติมากที่สุดผู้บริโภคนิยมเลือกใช้วัสดุ-อุปกรณ์ก่อสร้างที่มีมาตรฐานสากล |
|
5 |
ภาคใต้และภาคตะวันตก(กาญจนบุรี, ราชบุรี, เพชรบุรี, ประจวบฯ, ชุมพร, สุราษฎร์ฯ, นครศรีฯ, สงขลา-หาดใหญ่, ภูเก็ต, กระบี่, พังงา, ตรัง) |
49 ราย (ภาคใต้ 35 / ตะวันตก 14) |
• ภาคตะวันตก: บ้านระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทโตสุดแต่พบปัญหาผู้ประกอบการไร้หน้าร้านแห่โฆษณา ผ่านโซเชียล (เตือนผู้บริโภคตรวจสอบตัวตน) •ภาคใต้:อ.หาดใหญ่จ.สงขลาแข่งขันหนาแน่นที่สุด |
|
6 |
ภาคตะวันออก (ชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี, จันทบุรี, ตราด, สระแก้ว) |
37 ราย |
• ทุนท้องถิ่นส่วนใหญ่จดทะเบียนนิติบุคคลแบบ"รับเหมาทั่วไป" ทุนและการบริหารจัดการเป็นระบบปิดมีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี (ใช้ระบบเดิม) ทำให้เผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน มาโดยตลอด |
นายกสมาคมฯชี้ตลาดโตแต่เค้กถูกแบ่งยืนยันหลีกเลี่ยง“เรดโอเชียน”ไม่พ้น
นายนิรัญโพธิ์ศรีนายกสมาคมไทยรับสร้างบ้านและกรรมการบริหารบริษัทปทุมดีไซน์ดีเวลลอป (กรุงเทพ) จำกัด ได้แสดงทัศนะและวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า“จากตัวเลขสถิติล่าสุดชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแม้ภาพรวมของตลาดรับสร้างบ้านจะมีการขยายตัวซึ่งเป็นผลมาจากกระแสความนิยมและพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาเชื่อมั่นและเลือกใช้บริการกับบริษัทรับสร้างบ้านแทนการจ้างผู้รับเหมาทั่วไปแต่ในขณะเดียวกันปริมาณผู้ประกอบการรายใหม่ๆทั้งทุนท้องถิ่นและทุนส่วนกลางต่างหลั่งไหลเข้ามาแข่งขันในธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเชื่อแน่ว่าจะยังคงมีรายใหม่ตบเท้าเข้ามาอีกอย่างต่อเนื่อง”

นายนิรัญกล่าวต่อว่าอีกว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้สถานะของตลาดรับสร้างบ้านในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในน่านน้ำสีคราม (Blue Ocean) อีกต่อไปแต่ได้กลายเป็น “เรดโอเชียน” (Red Ocean) หรือน่านน้ำสีเลือดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
“สิ่งที่น่ากังวลที่สุดต่อจากนี้คือ“สงครามราคา” (Price War) กำลังจะเริ่มต้นเปิดฉากอย่างรุนแรงและดุเดือดขึ้นเรื่อยๆผู้ประกอบการหลายรายเริ่มใช้กลยุทธ์หั่นราคาเพื่อดึงดูดลูกค้าซึ่งในมุมของผู้บริโภคอาจมองว่าเป็นประโยชน์แต่ในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อมาตรฐานการก่อสร้างและเสถียรภาพของธุรกิจดังนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งปรับตัวสร้างความแตกต่างด้วยคุณภาพและนวัตกรรมสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพมากกว่าการลงไปเล่นเกมราคาเพียงอย่างเดียว”นายกสมาคมฯกล่าวทิ้งท้าย
ณ













