พาณิชย์ นำ 6 ผู้ประกอบการ สินค้า GI ไทย ลุยเปิดตลาดที่จีน
พาณิชย์ นำ 6 ผู้ประกอบการ สินค้า GI ไทย ลุยเปิดตลาดที่จีน
กรมทรัพย์สินทางปัญญานำผู้ประกอบการสินค้า GI ไทย จำนวน 6 รายการ เดินทางเปิดตลาดสินค้าเข้าสู่ตลาดจีนตอนเหนือ ที่ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรซินฟาตี้ กรุงปักกิ่ง และตลาดโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน มณฑลเหอเป่ย เผยได้ร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ เรียนรู้ตลาด เห็นความต้องการ ช่องทางกระจายสินค้า ทำให้วางแผนการทำตลาดได้ดีขึ้น ตั้งเป้ามูลค่าการค้าใน 1 ปี ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าส่งเสริมช่องทางการตลาดสินค้า GI ไทยในจีนอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำผู้ประกอบการสินค้า GI ไทย จำนวน 6 รายการ เดินทางไปขยายตลาดเข้าสู่ศูนย์กลางการค้าสำคัญทางตอนเหนือของจีน ได้แก่ ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรซินฟาตี้ กรุงปักกิ่ง และตลาดโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน มณฑลเหอเป่ย ระหว่างวันที่ 21-22 ก.ย.2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ GI ไทยได้เข้าถึงเครือข่ายคู่ค้าและเปิดช่องทางใหม่ในการกระจายสินค้า พร้อมเรียนรู้กลไกตลาดที่สามารถนำไปต่อยอดการค้าได้จริง
“พื้นที่จีนตอนเหนือ โดยเฉพาะกรุงปักกิ่งและมณฑลเหอเป่ย์ เป็นพื้นที่ที่มีตลาดสินค้าเกษตรขนาดใหญ่และมีโครงข่ายการกระจายสินค้าที่เชื่อมโยงไปพื้นที่โดยรอบ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้สินค้า GI ไทยสามารถขยายตลาดและเข้าถึงผู้ซื้อรายใหม่ได้มากขึ้น”
สำหรับ สินค้า GI ไทย ทั้ง 6 รายการ ได้แก่ ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) มังคุดเขาคีรีวง (นครศรีธรรมราช) มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี มะขามหวานเพชรบูรณ์ กล้วยตากบางกระทุ่มพิษณุโลก และส้มมะปี๊ดจันทบุรี ซึ่งส้มโอทับทิมสยามปากพนัง และมะขามหวานเพชรบูรณ์ กำลังยื่นจด GI ในจีนอยู่ด้วย
ทั้งนี้ ในการเยือนตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรซินฟาตี้ กรุงปักกิ่ง ได้พบหารือกับ Mr. Gu Zhaoxue รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารตลาด ถึงแนวทางและโอกาสในการนำสินค้า GI ไทยเข้าสู่ตลาด พร้อมศึกษาระบบบริหารจัดการสินค้าภายในตลาด ซึ่งตลาดซินฟาตี้ถือเป็นตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าไปยังตลาดค้าปลีก ร้านอาหาร
และซูเปอร์มาร์เก็ตในกรุงปักกิ่งและพื้นที่โดยรอบ มีปริมาณการซื้อขายสินค้าเกษตรสูงถึง 17.49 ล้านตันต่อปี มูลค่ากว่า 131,900 ล้านหยวน (ประมาณ 654,000 ล้านบาท) โดยผู้ประกอบการ GI ไทยได้ร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับผู้นำเข้า ผู้ซื้อ และผู้จัดจำหน่ายในจีน เพื่อนำเสนอจุดเด่นของสินค้าและเจรจาโอกาสทางการค้าโดยตรง
ส่วนที่ตลาดโส่วเหิง เกาเป่ยเตี้ยน มณฑลเหอเป่ย์ โดยพบกับ Mr.Yang Jianfei รองประธานกลุ่มบริษัท Shouheng Agricultural By-products Industry Group และ Mr. Ma Yilong รองผู้จัดการฝ่ายบริหารสมาคม กลุ่มบริษัท Shouheng Group หารือเกี่ยวกับแนวทางการนำเข้าสินค้า GI ไทย ระบบการกระจายสินค้า และความต้องการของตลาดในพื้นที่จีนตอนเหนือ
โดยตลาดโส่วเหิง เกาเป่ยเตี้ยน เป็นตลาดค้าส่งและศูนย์กระจายสินค้าเกษตรที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง มีเครือข่ายการกระจายสินค้าครอบคลุมกว่า 13 มณฑลในพื้นที่ตอนเหนือของจีน และมีผู้ประกอบการในตลาดประมาณ 8,700 ราย ครอบคลุมสินค้ากว่า 400 ประเภท ช่วยให้ผู้ประกอบการ GI ไทย ได้เรียนรู้ช่องทางการกระจายสินค้าและความต้องการของตลาด พร้อมเข้าร่วมการเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ซื้อและผู้นำเข้าในพื้นที่ เพื่อนำเสนอศักยภาพของสินค้า GI ไทยและต่อยอดความร่วมมือทางการค้าร่วมกันในอนาคต
“การลงพื้นที่ตลาดค้าส่งสำคัญของจีนในครั้งนี้ ช่วยให้ผู้ประกอบการ GI ไทยได้พบผู้ซื้อและคู่ค้าโดยตรง พร้อมเห็นสภาพตลาด ความต้องการของผู้ซื้อ และช่องทางการกระจายสินค้าในพื้นที่จริง ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการวางแผนทำตลาดในจีน โดยตั้งเป้ามูลค่าการค้าใน 1 ปี ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
ซึ่งเป็นการต่อเนื่องจากการนำผู้ประกอบการไปบุกตลาดฮุยจ่าน นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อเดือนมิ.ย.2569 โดยได้รับการตอบรับจากผู้นำเข้าจีนเป็นอย่างดี มีการลงนาม MOU ซื้อขายทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษล่วงหน้ากว่า 500 ตัน และจากนี้ กรมจะเดินหน้าส่งเสริมการตลาดสินค้า GI ไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดช่องทางการค้าใหม่ๆ และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการนำจุดเด่นของสินค้าแต่ละพื้นที่ไปนำเสนอให้ตรงกับความต้องการของตลาด นำไปสู่โอกาสในการซื้อขายและต่อยอดธุรกิจในตลาดต่างประเทศต่อไป”นางอรมนกล่าว
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ลุยต่อยอดตลาด GI ไทยในจีน นำผู้ประกอบการบุกปักกิ่ง เชื่อมคู่ค้า ขยายช่องทางจำหน่ายแดนมังกร
ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขยายโอกาสสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) ไทยในตลาดจีนนำผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ณ ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรสำคัญทางตอนเหนือของจีน 2 แห่ง คาดสร้างมูลค่าการซื้อขายสินค้า GI ภายใน 1 ปีไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท พร้อมศึกษารูปแบบการค้าและระบบกระจายสินค้า เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการ GI ไทยกับคู่ค้า สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดที่มีศักยภาพ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ เดินหน้านโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ในการเพิ่มขีดความสามารถทางการค้าและขยายโอกาสให้สินค้าไทยสู่ตลาดต่างประเทศ
โดยให้ความสำคัญกับการนำอัตลักษณ์ คุณภาพ และชื่อเสียงของสินค้า GI ไทยที่เชื่อมโยงกับแหล่งผลิตมาต่อยอดเป็นมูลค่าและโอกาสทางการค้า พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านการประชาสัมพันธ์สินค้า การสร้างเครือข่ายคู่ค้า และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เงื่อนไขการค้าและความต้องการของตลาด
โดยเฉพาะตลาดสำคัญอย่างประเทศจีน โดยล่าสุด กรมฯ ได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ส่งเสริมช่องทางการตลาดสินค้า GI ไทยสู่ตลาดสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ ทางตอนเหนือของจีน 2 แห่ง ได้แก่ ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรซินฟาตี้ กรุงปักกิ่ง และตลาดโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน มณฑลเหอเป่ย
ซึ่งตลาดดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ มีโครงข่ายการกระจายสินค้าที่เชื่อมโยงไปยังพื้นที่โดยรอบ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้สินค้า GI ไทยสามารถขยายตลาดและเข้าถึงผู้ซื้อรายใหม่ได้มากขึ้น
นางอรมน กล่าวว่า กรมฯ และ สสว. ได้นำผู้ประกอบการสินค้า GI 6 รายการ ได้แก่ ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) มังคุดเขาคีรีวง (นครศรีธรรมราช) มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี มะขามหวานเพชรบูรณ์ กล้วยตากบางกระทุ่มพิษณุโลก และส้มมะปี๊ดจันทบุรี เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยสินค้า GI ไทยทั้ง 6 รายการ มีความโดดเด่นแตกต่างกันตามแหล่งผลิต ทั้งด้านลักษณะเฉพาะ คุณภาพ และรสชาติ
ทั้งยังสามารถจำหน่ายในรูปแบบผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างหลากหลาย การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้จึงมุ่งยกระดับศักยภาพทางการค้า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้นำเสนอสินค้าและเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าโดยตรง พร้อมสำรวจตลาด รับทราบความต้องการของผู้ซื้อ รูปแบบการค้า ตลอดจนเรียนรู้ระบบบริหารจัดการตลาดและโลจิสติกส์ เพื่อนำข้อมูลไปใช้วางแผนการตลาดและพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับโอกาสทางการค้าในจีนได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ ในการเยือนตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรซินฟาตี้ กรุงปักกิ่ง อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้นำคณะผู้ประกอบการ GI พบหารือกับ Mr. Gu Zhaoxue รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรซินฟาตี้ ถึงแนวทางและโอกาสในการนำสินค้า GI ไทยเข้าสู่ตลาด
พร้อมศึกษาระบบบริหารจัดการสินค้าภายในตลาด ซึ่งตลาดซินฟาตี้ถือเป็นตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าไปยังตลาดค้าปลีก ร้านอาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ตในกรุงปักกิ่งและพื้นที่โดยรอบ มีปริมาณการซื้อขายสินค้าเกษตรสูงถึง 17.49 ล้านตันต่อปี มูลค่ากว่า 131,900 ล้านหยวน (ประมาณ 654,000 ล้านบาท)
สะท้อนถึงศักยภาพและบทบาทของตลาดแห่งนี้ในห่วงโซ่การค้าและกระจายสินค้าเกษตรในพื้นที่นี้ โดยผู้ประกอบการ GI ไทยได้ร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับผู้นำเข้า ผู้ซื้อ และผู้จัดจำหน่ายในจีน เพื่อนำเสนอจุดเด่นของสินค้าและเจรจาโอกาสทางการค้าโดยตรง
จากนั้น อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้นำผู้ประกอบการ GI เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ณ ตลาดโส่วเหิง เกาเป่ยเตี้ยน มณฑลเหอเป่ย์ โดยพบกับ Mr. Yang Jianfei รองประธานกลุ่มบริษัท Shouheng Agricultural By-products Industry Group และ Mr.Ma Yilong รองผู้จัดการฝ่ายบริหารสมาคม กลุ่มบริษัท Shouheng Group เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการนำเข้าสินค้า GI ไทย ระบบการกระจายสินค้า
และความต้องการของตลาดในพื้นที่จีนตอนเหนือ โดยตลาดโส่วเหิง เกาเป่ยเตี้ยน เป็นตลาดค้าส่งและศูนย์กระจายสินค้าเกษตรที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง มีเครือข่ายการกระจายสินค้าครอบคลุมกว่า 13 มณฑลในพื้นที่ตอนเหนือของจีน และมีผู้ประกอบการในตลาดประมาณ 8,700 ราย ครอบคลุมสินค้ากว่า 400 ประเภท ช่วยให้ผู้ประกอบการ GI ไทยได้เรียนรู้ช่องทางการกระจายสินค้าและความต้องการของตลาด พร้อมเข้าร่วมการเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ซื้อและผู้นำเข้าในพื้นที่ เพื่อนำเสนอศักยภาพของสินค้า GI ไทยและต่อยอดความร่วมมือทางการค้าร่วมกันในอนาคต
นางอรมน กล่าวทิ้งท้ายว่า กิจกรรมส่งเสริมการตลาดและเจรจาจับคู่ธุรกิจที่กรุงปักกิ่งในครั้งนี้ คาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายสินค้า GI ภายใน 1 ปี ไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายตลาดและเชื่อมโยงสินค้า GI ไทยกับคู่ค้าในจีน ต่อเนื่องจากการที่กรมฯ ได้นำผู้ประกอบการเข้าร่วมเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าจีน ณ ตลาดฮุยจ่าน นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการลงนาม MOU ซื้อขายทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษไปแล้วกว่า 500 ตัน
นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้ประกอบการได้มองเห็นสภาพตลาด ความต้องการของผู้ซื้อ และช่องทางการกระจายสินค้าในพื้นที่จริง ที่สามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนทำตลาดในจีนได้อย่างเหมาะสม
โดยกรมฯ จะเดินหน้าส่งเสริมการตลาดสินค้า GI ไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับคู่ค้า และสนับสนุนการนำจุดเด่นของสินค้าแต่ละพื้นที่ไปนำเสนอให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสในการซื้อขายและต่อยอดธุรกิจในตลาดต่างประเทศอย่างยั่งยืน
